วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

1.หลักการตรวจหาไฟด้วยดาวเทียม

หลักการตรวจหาไฟโดยใช้ดาวเทียม จะอาศัยอุปกรณ์การตรวจวัดคลื่นรังสีความร้อนที่ติดตั้งอยู่บนดาวเทียม ( เช่น เครื่อง AVHRR, The Advanced Very High-Resolution Radiometer ที่ติดตั้งอยู่บนดาวเทียม NOAA หรือเครื่อง VISSR, Visible and Infrared Spin Scan Radiometer ที่ติดตั้งอยู่บนดาวเทียม HIMAWARI) ทำการตรวจการณ์บริเวณบนผิวโลกที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ (Hot spot) ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะมีการแผ่รังสีความร้อน (Infrared, IR) ออกมามากกว่าปกติ Hot spot ที่ตรวจพบจึงเป็นบริเวณบนผิวโลกที่คาดว่ากำลังเกิดไฟป่า อย่างไรก็ตามหลังจากตรวจพบ Hot spot แล้วจะต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ทราบอีกครั้งหนึ่งเพื่อยืนยันว่า Hot spot นั้น เป็นบริเวณที่เกิดไฟป่าจริงๆ โดยตรวจสอบว่าพื้นที่ที่พบ Hot spotนั้น เป็นพื้นที่ป่าหรือไม่ หรือทำการตรวจสอบทางภาคพื้นดิน (Ground check)

ที่มา : http://www.dnp.go.th/forestfire/FIRESCIENCE/lesson%205/lesson5_5.htm

การตรวจหาไฟด้วยดาวเทียม



เทคโนโลยีการตรวจหาไฟจากระยะไกลโดยใช้อุปกรณ์การตรวจที่ติดตั้งอยู่บนดาวเทียม (Spaceborne remote sensing technology) เริ่มเข้ามามีบทบาทในการตรวจหาไฟเป็นอย่างมาก ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากสามารถตรวจการณ์พื้นที่ได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ทั่วภูมิภาค และทั่วโลก ได้พร้อมกันอย่างรวดเร็ว

ประโยชน์จากการใช้ดาวเทียม

การสื่อสารผ่านดาวเทียมนับว่าเป็นการสื่อสารที่ประหยัดกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการสื่อสารระบบอื่นๆ โดยที่ดาวเทียมหนึ่งดวงสามารถส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ของโลกได้มากถึง 40 % ของพื้นที่โลก ระบบการสื่อสารในปัจจุบันจึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะใช้สำหรับการสื่อสารกันระหว่างประเทศ การถ่ายทอดสดกีฬา ข่าวสารสดๆจากทั่วทุกมุมโลก หรือการนำเสนอข่าวสารการสู้รบแบบสดๆจากพื้นๆที่ๆเกิดเหตุ เราสามารถรับรู้เรื่องราวของโลกใบนี้ในเพียงแค่ไม่กีวินาที และ ยังใช้ได้กับระบบโทรศัพท์ วิทยุ ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ท และอีกหลากหลายระบบที่สามารถใช้การสื่อสารด้วยระบบดาวเทียมได้




ระบบควบคุมดาวเทียม

ระบบดาวเทียมเองจะมีระบบเชื้อเพลิงใช้ในการควบคุมให้ดาวเทียมลอยอยู่ตรงตำแหน่ง โดยมีระบบสั่งการจากสถานีคววบคุมภาคพื้นดิน และหากว่าเมื่อไรเชื้อเพลิงที่ใช้ควบคุมตำแหน่งเกิดหมด หมายความว่าดาวเทียมดวงนั้นจะไม่อยู่ในการควบคุมจากสถานีภาคพื้นดินอีกต่อไป และจะถือว่าดาวเทียมดวงนั้นเสียใช้งานไม่ได้ อายุโดยประมาณของดาวเทียมจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 15 ปี



ที่มา : http://www.nics-sat.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=24244&Ntype=1

ดาวเทียมลอยอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างไร


ดาวเทียมสื่อสารจะถูกยิงขึ้นไปเหนือเส้นศูนย์สูตร และส่งเข้าสู่วงโคจรในระดับความสูงที่เรียกความสูงจุดนี้ว่า Clarke Orbit หรือ( ตำแหน่งดาวเทียมค้างฟ้า ) โดยจะมีความสูงจากพื้นโลกโดยประมาณ 36,000.-38,000. กิโลเมตร ในตำแหน่งนี้เองจะทำให้ดาวเทียมลอยค้างฟ้าอยู่ได้ และดาวเทียมจะโคจรไปพร้อมๆกันกับโลกด้วยแรงดึงดูดของโลก และแรงดึงดูดจากนอกโลก ถ้าเปรียบเทียบกับการมองไปจากพื้นโลก เปรียบเสมือนกับว่าดาวเทียมที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นลอยอยู่กับที่ครับ

ที่มา : http://www.nics-sat.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=24244&Ntype=1

สานต่อแนวคิด

สานต่อแนวคิด และต่อมาได้เริ่มมีการนำความคิดของ นายอาเธอร์ ซี. คลาค มาสานต่อและทำการทดลอง จนประสบความสำเร็จ ในที่สุด เราชาวโลกทั้งหลายจึงได้มีดาวเทียมใช้กันในปัจจุบัน อย่างนี้ต้องขอบคุณความเพ้อฝันของนาย อาเธอร์ ซี. คลาค นะครับ
ที่มา : http://www.nics-sat.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=24244&Ntype=1

โลกดาวเทียม


นวนิยายวิทยาศาสตร์ นวนิยายทางวิทยาศาสตร์ เรื่องหนึ่ง ที่เขียนขึ้นโดย นาย อาเธอร์ ซี. คลาค ที่ได้นำเสนอแนวคิด ในการใช้ดาวเทียมที่ไม่ใช่ดาวแท้ ให้เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างคนในโลกใบนี้ โดยจะส่งดาวเทียมให้ลอยขึ้นไปอยู่บท้องฟ้าเสมือนหนึ่งว่าเป็นดาวดวงหนึ่ง เมื่อส่งดาวเทียมไปที่ความสูงในระดับหนึ่ง จะทำให้ดาวเทียมสามารถลอยอยู่บนท้องฟ้าได้โดยไม่ตกลงมาสู่พื้นโลก ซึ่งควาคิดนี้ไม่มีใครสนใจเท่าไรนักในสมัยนั้น เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ เพ้อฝันจนเกินไป